[SF] :: V.VIP ::
posted on 09 Oct 2011 16:56 by sweet-passion in FictionTitle : V.VIP ……… :: Think Over ::
Fandom : Bigbang
Pairing : Tempo X Jiyong
Rate : PG
Author: roshee
Fandom : Bigbang
Pairing : Tempo X Jiyong
Rate : PG
Author: roshee
Beta - Reader : Phobia
Note : เมื่อจียงบ้าดารา
.
.
.
เสียงแหลมเสียดหูดังอื๊ออึงไปทั่วบริเวณ ความมืดพลางตัวผู้คนที่ต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดแข่งกันโดยไม่เกรงกลัวว่าหลอดเสียงในคอมันจะแตกเอาเมื่อไร มีเพียงแค่แสงสว่างจากแท่งไฟที่สั่นไหวไปตามแรงโบกของเจ้าของมือจำนวนมาก และดูเหมือนมันจะรัวเร็วขึ้นพร้อมกับความดังของกระแสเสียงที่มาพร้อมกับดนตรีเปิดตัวการแสดงบนเวทีสุดอลังการ จอภาพขนาดยักษ์สว่างวาบขึ้นตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนออกมาเป็นชื่อที่ทุกคนในที่นี้รู้จักกันดี ระดับเสียงกรี๊ดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตามภาพเคลื่อนไหวที่ฉายอยู่บนจอ ก่อนจะ.....
พรึ่บ!!
“เฮ้ย!!!”
เจ้าของดวงตาสีอ่อนร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อภาพในจอโทรทัศน์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูอย่างใจจดใจจ่ออยู่ๆก็
ดับลงโดยที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย ใบหน้าขาวหันขวับไปตามเสียงรีโมทที่วางลงกระทบโต๊ะแก้วหน้าโซฟาตัวนิ่มทันที
“นอนได้แล้วจียง นี่มันดึกมากแล้วนะ” เสียงทุ้มเจ้าของมือที่หยุดการเคลื่อนไหวบนจอภาพเอ่ยขึ้นอย่างห่วงใย แต่คนที่ได้รับกลับไม่สนใจนี่สิ สายตาขุ่นเคืองถึงได้ถูกส่งกลับไปตอบรับความหวังดีของอีกคนแทน
“อะไรกันอ่ะพี่ท็อปทำแบบนี้ได้ไง คนเขากำลังดูอยู่ เสียมารยาทที่สุดเลย”
“ดีวีดีพวกนี้ดูเมื่อไรก็ได้”
“ก็เพราะว่ายังไม่ได้ดูน่ะสิ ถึงได้เอามาเปิดดูตอนนี้ ตัวเองง่วงก็ไปนอนก่อนสิ ไม่เห็นต้องมาขัดขวางความสุขของคนอื่นเลย อุตส่าห์ได้มาแล้วแท้ๆ”
นอกจากจะไม่สนใจ ยังมีอารมณ์ด้านลบตอบกลับมาซะด้วย ผู้หวังดีหันไปมองเสียงเข็มบอกเวลาที่เคลื่อนตัวไปทุกๆวินาทีบนผนังห้อง ก่อนจะหันมามองเจ้าของสายตาขุ่นอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขากลับไม่ใช่เป้าหมายของมันแล้วสิ เพราะเสียงที่ดังต่อเนื่องมาจากจอโทรทัศน์ที่เขากดปิดไปเมื่อกี้ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างอ่อนแรง นี่ก็ล่วงเวลาเข้าวันใหม่มาสามชั่วโมงได้แล้ว แต่คนหัวดื้อตรงหน้าก็ยังทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ดี โดยไม่สนใจว่าอะไรควรทำอะไรตอนไหนยังไงเอาเสียเลย ส่ายหน้าเบาๆก่อนจะพาตัวเองไปหย่อนลงที่โซฟาตัวเดียวกับคนตัวเล็ก
“เขยิบไปหน่อยสิ”
บอกให้ขยับก็ทำ แต่ตาก็ไม่ได้ละไปจากสิ่งที่กำลังสนใจอยู่เลย ที่นั่งตัวนุ่มอันนี้กว้างพอจะให้เหยียดขานอนได้ ถึงแม้มันจะไม่ยาวเท่าช่วงตัวเขาก็เถอะ แต่หมอนจำเป็นใบนุ่มกลิ่นหอมอ่อนตรงหน้าก็น่าจะทำให้เขาหลับฝันดีได้อยู่ล่ะ เมื่อได้ที่แล้วก็จัดการหย่อนหัวลงบนตักอีกฝ่ายโดยไม่ต้องขอ ใบหน้าหล่อซุกไซร้เข้ากับหน้าท้องเรียบแบนพร้อมกับมือที่วาดกอดเอวบางไว้อย่างเคยชิน
“มานอนอะไรตรงนี้เนี่ยพี่ท็อป ไปนอนที่ห้องสิ”
“ไม่เอา นอนตรงนี้แหละ” ปฏิเสธพร้อมกดจมูกลงกับผิวอ่อนผ่านผ้าเนื้อบาง สูดกลิ่นหอมแป้งเด็กเข้าปอดเป็นการยืนยัน
“เกะกะน่ะ”
“จะนอน”
กระชับแรงกอดอีกครั้งแสดงความต้องการชัดเจน ผู้ถูกกระทำได้เพียงแต่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจกลับไป ....ขี้เกียจจะเถียง.....จึงเลิกสนใจและกลับไปจ้องจอสว่างตรงหน้าต่อ มือขาวลูบเบาไปบนเส้นผมดำสนิทอย่างชินมือ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอบอกว่าคนบนตักเขาหลับไปแล้ว.....หลับง่ายจริง คนอะไรวะ.....
การแสดงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับเวลาที่ล่วงเลยไปเท่าไรแล้วไม่รู้ จนเมื่อหนังตาเริ่มตกลง อาการหาวอ้าปากกว้างอย่างไม่เกรงใจใคร....อาการของคนง่วงสินะ ดวงตาปรือหันไปมองนาฬิกาตัวเดิมอีกครั้ง เข็มสั้นชี้เข้าไปเลขสี่แล้ว เขาควรจะนอนได้แล้วล่ะ มองวัตถุบอกเวลาเสร็จก็เบนสายตามามองเจ้าของหัวหนักบนตัก....ยักษ์ตัวใหญ่ก็มานอนทับไว้อย่างนี้ จะกลับไปนอนที่ห้องยังไงล่ะ....
“เอ่อ นอนตรงนี้ก็ได้วะ” อย่าได้ลังเลกับเวลาง่วงขนาดนี้ ตัดสินใจอะไรได้ก็จงทำในทันที มิเช่นนั้นเวลานอนอันล้ำค่าจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
แขนเรียวยื่นไปหยิบรีโมทมากดปุ่มหยุดทุกการเคลื่อนไหวในจอโทรทัศน์ เสียงใสเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มบางก่อนภาพจะดับวูบลงตามแรงกดครั้งสุดท้ายของการปิดทุกอย่างลง เปลือกตาสีอ่อนปิดลงโดยสมบูรณ์พร้อมกับการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอตามอีกคนไป
.
.
.
………….. “ ค่อยกลับมาเจอกันนะ ซึงรี ” …………….
ม่านเนื้อบางถูกดึงปิดชิดกันตั้งแต่ค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลทำงานจนมันผลัดเปลี่ยนกลับเป็นแสงสว่างจากดวงอา
ทิตย์ยามเช้าขึ้นมาทำหน้าที่แทน แดดอ่อนไล่ผ่านเข้ามายังพื้นห้องก่อนจะลามไปจนถึงโซฟาตัวนุ่ม เรียกการขยับตัวได้นิดหน่อยจากคนที่หลับสนิทมาตั้งแต่เมื่อคืน หัวคิ้วเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากัน...แดดมันแยงตา....
เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานอยู่เพราะไม่มีใครคิดจะลุกไปปิดมัน มือบางเริ่มควานหาผ้าห่มผืนนุ่ม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากฝ่ามือคือผิวเนื้ออุ่น คิ้วที่เกือบจะชิดติดกันในตอนแรกกลับเข้าใกล้กันขึ้นมากกว่าเก่า คงจะไม่ใช่แค่มือหรอกที่โดนเข้ากับผิวกาย ใบหน้าขาวที่แนบลงกับแผงอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจก็ได้รับไออุ่นด้วยเช่นกัน ดวงตาเรียวเริ่มเปิดขึ้นช้าๆ เป็นเพียงแค่การหรี่ตามองเท่านั้น....คนเพิ่งตื่นจะเอาอะไรไปสู้แสงได้....
เพียงแค่จะยันตัวขึ้นเท่านั้น ช่วงเอวที่ถูกล็อคไว้ด้วยแขนของที่นอนจำเป็นก็กระชับแน่นขึ้น.....
....นี่จะไม่ให้ขยับตัวได้เลยใช่ไหม....
“พี่ท็อป......”
รู้อยู่แล้วล่ะว่าต้องเป็นไอ้หล่อนี่ เพราะถ้าไม่ใช่มัน จียงคงได้ถีบไอ้คนๆนั้นลงไปกองกับพื้นนานแล้วล่ะ เพียงแค่สงสัยว่า เมื่อคืนคนที่เป็นหมอนให้คือเขาไม่ใช่หรอ แล้วนี่....กลายมาเป็นเขาเองที่นอนทับอยู่บนตัวมนุษย์หน้าหล่อนี่แทนได้ยังไง สลับที่กันตอนไหนวะ.....
“นี่ พี่ท็อป”
ไม่เรียกเปล่านิ้วเรียวออกแรงจิ้มเข้าไปที่แก้มจนมันบุ๋มลึกตามแรงกดลงไป เรียกอาการรำคาญจากผู้ถูกกระทำได้เล็กน้อยก่อนมือขาวจะถูกยึดไว้แทน เสียงแหบต่ำงึมงำจับใจความไม่ได้ รอยยิ้มบางถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างพอใจ...ฮะ ตลกว่ะ.... นอนมองหน้าหล่อๆอยู่ได้แป๊บเดียว ความเบื่อก็เข้ามาแทนที่ ก็คนถูกจ้องมันไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรเลย....
....นอนต่อก็ได้วะ เขาเองก็ขี้เกียจจะตื่นเหมือนกัน ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนที่เดิม แนบหน้ากับอกกว้างของอีกคนอย่างเคยชิน แถมกอดให้ด้วยสิ
กอดไปก็ได้รับกอดกลับมาแน่นขึ้น จะหายใจไม่ออกก่อนจะหายหนาวก็คราวนี้แหละ....ไอบ้า.....เปลือกตาอ่อนปิดลงอีกครั้ง นอนนิ่งได้สักพักก่อนดวงตาใสจะลืมขึ้นทันทีเมื่อนึกอะไรออก รีบหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังขาว
“เฮ้ย!!!”
ร้องตกใจสุดเสียงพร้อมดันตัวเองขึ้นทันที ไม่ตื่นคนเดียวพาอีกคนตื่นไปด้วย ตาคมเปิดขึ้นเร็วตามเสียงร้องของคนในอ้อมกอด อาการเด้งตัวรีบรุดไปเปิดสวิตซ์โทรทัศน์หลังจากเห็นเข็มบอกเวลา ทำให้ซึงฮยอนมองตามพร้อมขมวดคิ้วสงสัย
“เป็นอะไรไปจียง ทำไมต้องรีบขนาดนั้น”
“ก็นี่มันจะเลยเวลาแล้วน่ะสิ”
“เวลาอะไร”
“รายการที่ซึงรีจะมาออกอากาศ ถ่ายทอดสดด้วย จะพลาดได้ยังไงกันล่ะ!”
เหตุผลทำเอาคนฟังครางเข้าใจเสียงยาว พร้อมทำหน้าไม่สบอารมณ์ส่งกลับไป แต่คนได้รับคงไม่เห็นหรอกเพราะมัวแต่สนใจกับแสงสว่างบนจอโทรทัศน์ข้างหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
เสียงบทสนทนาของจำนวนคนที่มากกว่าหนึ่งดังออกมาจากลำโพงพร้อมกับภาพของบุคคลที่แฟนเขาชอบนักชอบหนากำลังทำท่าทางตลกเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมรวมไปถึงไอ้คนตัวขาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจอทีวีด้วยนั่นแหละ ไม่เห็นจะตลกเลย เขายังฮากว่าตั้งเยอะ แถมหล่อกว่า แมนกว่า เท่กว่า มีคนเพอเฟคอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ แฟนตัวเองดูดีกว่าตั้งเยอะ ยังจะไปชอบใครอีกล่ะ จียง!!
“คนอะไร น่ารักจัง”
“โว๊ะ.....” หงุดหงิด
ถูกหันมาเหวี่ยงค้อนให้ทีนึงก่อนจะหันไปสนใจสิ่งเดิมต่อ เช้าๆแบบนี้ถูกแฟนเมินไม่สบอารมณ์เป็นบ้า ซึงฮยอนจึงเลือกที่จะลุกจากโซฟาตรงไปยังห้องนอนตัวเอง ไม่นานเสียงน้ำจากฝักบัวก็ดังลอดมาให้ได้ยิน ใช้เวลาไม่นานกับการชำระร่างกายในตอนเช้า ไม่ได้สกปรกอะไร ออกจะหอมกลิ่นแป้งที่ติดมาจากตัวขาวๆของใครบางคนอีกต่างหาก แต่จะไม่อาบก็กระไรอยู่นะ ผ้าขนหนูสีขาวผืนประจำถูกพันไว้รอบเอว ส่วนอีกผืนที่เล็กกว่ากำลังถูกใช้เช็ดหน้าที่มีน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด
“จียงวันนี้จะกินอะไรกันดี” เปิดประตูยื่นหน้าออกไปถามคนที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนไปไหน
“อะไรก็ได้” ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองคนถาม มีแค่มือที่ปัดส่งๆมาเหมือนไล่กันยังไงอย่างงั้น เซ็งรอบที่สองของวัน หล่อเซ็งครับ!
ทำอะไรต่อไม่ได้ พาหน้าที่โผล่พ้นประตูออกไปกลับเข้ามาในห้องตามเดิมเมื่อได้คำตอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจากอีกคนกลับมา ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าทำหน้าลังเลอยู่แป๊บนึงก็หยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงตัวโปรดออกมาวางไว้บนเตียง ผ้าขนหนูผืนเดิมถูกมือใหญ่ปลดออกเพื่อจะแต่งองค์ทรงเครื่อง แต่ยังไม่ทันที่ผ้าผืนนุ่มจะพ้นไปจากเอวร่วงลงสู่พื้น.....
“พี่ท็อป!!”
“เฮ้ย!!!”
ประตูบานเดิมถูกเปิดออกอย่างแรงโดยคนตัวขาวที่อยู่ๆก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง ไม่ให้เจ้าของห้องได้ตั้งตัวก่อนเลย เกือบโป้โชว์ลูกน้อยให้แม่เขาดูแล้วไหมล่ะ
“ตายๆๆ ตาบอดแน่ๆๆๆ”
“นี่ก็เวอร์”
เดินไปตบหัวคนที่ยกมือขึ้นปิดตาเบาๆสำหรับการล้อเลียน ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะถูกจุดขึ้นพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ในหน่วยตาคม ก้มลงกระซิบข้างหูขาวก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดในทันทีที่จบประโยค
“ทำอย่างกับไม่เคยเห็นงั้นแหละ”
“ไอ้....ไอ้...ไอ้พี่ท็อปบ้า!!” อ่า...ขนาดเขินยังน่ารักเลย เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นหลังโดนคนตัวเล็กด่า ยื่นมือไปลูบหัวหวังโอ๋ๆ แต่กลับถูกมือขาวผลักอกกลับมาซะเต็มแรงจนเขากระเด็นออกมาหน่อย เต็มแรงของจียงก็คือไม่มีแรงนั่นแหละเมื่อเทียบกับเขาแล้ว
“โถ่ เกือบลืมเรื่องที่จะบอกเลย ข่าวดีด้วยล่ะ”
“ข่าวดี?..เรื่องอะไรน่ะ”
“ก็....อูยยยยย ตื่นเต้นๆ” พูดไปทำท่าประกอบไปได้น่ารักมาก ลีลาท่ามากนี่ต้องยกให้ที่หนึ่งเลย ประเด็นคือ เขายังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยไง หนาวจะตายอยู่แล้ว เป็นหวัดไปใครจะรับผิดชอบคงไม่ต้องหาไกลก็ไอ้ตัวเล็กที่ยืนท่ามากอยู่ตรงหน้านี่แหละ
“ไม่อยากรู้ละ”
“โห บอกละๆๆ ก็......ซึงรีกำลังจะจัดคอนเสิร์ตแรกน่ะสิ!!! ดีใจสุดๆไปเลยล่ะ!” คือถ้าจียงมองกลับมาที่หน้าซึงฮยอนแล้ว ไม่ได้หลับตาดีใจเหมือนตอนนี้ที่ทำอยู่ คงจะเห็นจุดๆๆเรียงเป็นแถวอยู่สี่ห้าตัวพร้อมกับไร้ซึ่งสัญญาณการเต้นของหัวใจที่รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจไปกับจียงเลยแม้แต่น้อย
“แล้ว....?”
“ไม่แล้วไง ก็จะไปดูน่ะสิ”
“กับใคร”
“คนเดียว”
“ไม่ให้ไป” เสียงห้ามถูกพูดออกไปทันควันหลังจบประโยคของจียง จะไปคนเดียวได้ไงกันล่ะ คนตั้งเยอะแยะ แถมไปดูไอ้ซึงรีที่ชื่อจริงๆแล้วเหมือนกับเขาอีกต่างหาก ตัวก็เล็กแค่นี้เดี๋ยวโดนเบียดล้มแล้วเหยียบซ้ำไป จะทำไงล่ะ แฟนใคร ใครเขาก็หวงนะ!!
“จะไป ทำไมล่ะ ไปคนเดียวหนิไม่ได้ไปกับใครสักหน่อย”
“ยิ่งแล้วใหญ่”
“พี่ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปสิ ไม่ได้บังคับ”
“ไม่เอา จะไป ไปด้วย”
ไม่มีทาง ไม่ให้ไปคนเดียวแน่ๆ หล่อไม่ยอม ยิ่งน่ารักๆอยู่ ปล่อยให้ออกไปคนเดียว เดี๋ยวพวกแมลงเน่ามาตอมยิ่งแย่ ถึงแม้จียงจะเป็นพวกเหวี่ยงทุกสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาจีบหรือเข้ามาเกาะแกะก็ตามทีเถอะ ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี
“ตามใจ อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน”
.
.
ใช่ อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน.....
.
.
“โอ้ย ทำไมคนเยอะแบบนี้เนี่ย”
“พี่ท็อป.....” เสียงนิ่งเรียบถูกส่งไปให้คนที่ยืนบ่นอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่ก้าวแรกเข้ามาในสถานที่จัดคอนเสิร์ตพร้อมหาง
ตาที่เหวี่ยงเข้าให้จังๆ
“ก็มันเยอะจริงๆหนิ ไม่รู้มาทำอะไรกัน”
“นี่ก็ตลกละ เขาก็มาดูคอนเสิร์ตกันน่ะสิ ซึงรีออกจะน่ารัก มีความสา.....อื้อ!” ยังชมไม่ทันจบประโยคปากสีแดงสดก็ถูกปิดด้วยมือใหญ่ของอีกคนไปซะก่อนแล้ว
“ชมมันบ่อยๆ เดี๋ยวหึงให้ซะหรอก….โอ้ย!” แรงกระทุ้งที่หน้าท้องทำให้หลุดเสียงร้องออกไปอย่างไม่ตั้งใจ จะใครที่ไหนซะอีกล่ะ ก็เป็นบทลงโทษที่บังอาจเอามือมาปิดปากควอนจียงน่ะสิ......เค็มนะ สกปรกด้วย
“ตัวใหญ่ขี้ใจน้อยจริงๆ”
“ก็....”
“เอ่อ ขอโทษนะคะ ถ้าจะจีบกันก็ช่วยไปที่อื่นได้ไหม หรือถ้าจะเข้าไปด้านในก็ช่วยยืนต่อแถวดีๆหน่อยนะคะ มันรบกวนคนอื่นเขา”
“อ่า...ขอโทษครับ”
ก็ตีกันไปตีกันมา ที่ก็มีอยู่แค่นิดเดียวไปชนคนอื่นเขาแล้วโดนว่ากลับมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตัวสร้างปัญหาทั้งสองคนหันไปโค้งหัวให้แต่เป็นจียงที่เอ่ยปากพูดขอโทษที่ไปสร้างความน่ารำคาญให้ใครอีกหลายคนเข้า ก่อนจะหันไปส่งสายตาเหวี่ยงคนตัวสูงเข้าให้อีกรอบของวัน
“พี่นั่นแหละเป็นคนเริ่มก่อน ยืนต่อแถวไว้เลย ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”
ลดระดับเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น ไม่งั้นอาจจะโดนด่ากลับมาให้อีกรอบก็ได้
ว่าไว้อย่างนั้นไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายตอบตกลงก็เดินเลี่ยงออกมาจากแถวที่ยืนต่ออยู่นานแสนนานแล้วก็ยังไม่ถึงเวลาเข้าสักที จนต้องปลีกตัวออกมาเข้าห้องน้ำเตรียมพร้อมสำหรับการดูคอนเสิร์ตที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอย ขืนเข้าไปปวดชิ้งฉ่องข้างในล่ะแย่เลยนะ
….ว่าแต่ ห้องน้ำมันอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย.....เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้สองสามโค้งก็เจอเข้ากับป้ายToilet อยู่เหนือหัวพร้อมลูกศรบอกทาง ไม่รอช้า จียงรีบเดินไปตามทางทันที....ก็จะอั้นไม่ไหวแล้วน่ะสิ ลาดไปตรงนี้ มันไม่ดีเท่าไรหรอกนะ!....
ก็แค่ปวดท้องเบาน่ะ จะใช้เวลานานเท่าไรกันเชียว ใช้เวลาไม่นานเสียงน้ำไหลจากอ่างล้างมือหน้ากระจกบานใสก็หยุดลงเมื่อมือยาวสะอาดเรียบร้อยแล้ว สำรวจตัวเองอีกรอบปัดผมให้เข้าที่นิดหน่อยก็เดินออกมา แต่เมื่อเสียงประตูบานไม้ปิดลง....
ปึ่ก!
หัวก็ไปชนเข้ากับอกใครก็ไม่รู้เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“อ่ะ ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”
เสียง......คุ้นจังเหมือนเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ......ไม่รอให้ข้อสงสัยพาลให้เสียเวลา คนตัวขาววาดหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงทันที แล้วก็ต้องออกอาการตกใจเกินหน้าเกินตา ดวงตาเปิดขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นเร็วระรัวผิดปกติ นิ้วชี้ตรงไปยังอีกคนอย่างเสียมารยาท แต่ปฏิกิริยาทั้งหมดมันเกิดขึ้นเอง เพราะความตกใจและอาการอึ้งของควอนจียงจริงๆ!!
“เฮ้ย!!! ซึงรี!!”
“อ่า...สวัสดีครับ” รอยยิ้มเฉกเช่นในจอปรากฏอยู่ตรงหน้าจียงแล้ว
“ซึงรี.....ซึง...อื้อ!!” การเรียกชื่อครั้งที่สองยังไม่ทันจะเต็มคำ เสียงก็ขาดหายไปก่อนเพราะมือยาวของอีกฝ่ายที่ยื่นตรงมาปิดปากบางเอาไว้อย่างถือวิสาสะไม่ให้ส่งเสียงดังหรือตะโกนโหวกเหวกไปมากกว่านี้
“ช่วยเงียบๆหน่อยนะครับ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็แห่กันมาหมดหรอก” เมื่อเห็นว่าคนที่พยายามงัดแงะมือเขาออกนิ่งลงแล้วพยักหน้ารับรู้เป็นการตอบรับ จึงค่อยๆเลื่อนสิ่งปิดกั้นปากเรียวแดงออกอย่างช้าๆ
“อ่า...เอ่อ....คือ....ขอโทษทีครับ พอดีตกใจมากไปหน่อย แล้ว...คือ...คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ เอ่อ แล้ว...”ให้ตายสิ ตื่นเต้นจนลิ้นพันกันไปหมดแล้ว ควอนจียง!!!
“พอดีห้องน้ำในส่วนสตาร์ฟเสียน่ะครับ เลยต้องมาขออาศัยห้องน้ำส่วนรวมไปก่อน”
ดีนะที่ในส่วนนี้แทบไม่มีคนใช้เพราะมันค่อนข้างที่จะไกลจากบริเวณที่ผู้คนพุกพล่าน แต่ทำไมถึงได้มีหลุดรอดมาคนนึงล่ะเนี่ย แถมยังน่ารักน่ามองอีกต่างหาก โชคดีจริงๆที่ห้องน้ำที่เขาต้องใช้มันเสียกระทันหัน เห็นคนตรงหน้าออกปากร้องอ๋อเข้าใจง่ายๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารักเข้าไปอีก
“คุณคงเป็น.....แฟนคลับผมสินะ”
“อ่า ใช่ๆ.....อ่อ! เกือบลืมไปเลย ผมเอาอัลบั้มของคุณมาด้วย จะรังเกียจไหมถ้าจะขอลายเซ็นตรงนี้น่ะครับ”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ” เมื่อไม่ถูกปฏิเสธกลับมาคนตัวขาวก็ยิ่งออกอาการดีใจเข้าไปอีก ในขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาหยิบของที่ต้องการออกจากกระเป๋า จียงคงไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของไอดอลที่แสนจะชื่นชมตรงหน้าว่ามันดูเจ้าเล่ห์มากแค่ไหน
“อ่ะ นี่ครับ รบกวนหน่อยนะ”
ส่งยิ้มจนตาหยีไปพร้อมกับกล่องอัลบั้มเพลงที่เจ้าตัวหวงนักหวงหนา ขนาดพี่ท็อปก็อย่าหวังว่าจะได้แตะเลยเถอะ! คนที่สูงกว่ายื่นมือออกมารับไปอย่างไม่นึกรังเกียจ แต่สัมผัสที่หลังมือกลับทำให้จียงรีบชักมือกลับทันทีที่วัตถุกล่องสี่เหลี่ยมตกไปอยู่ที่อีกคนแล้ว........คงจะแค่เผลอโดนล่ะมั้ง.....
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบคุณมาก”
“แล้ว.....”
“ทำไมหรอครับ?”
“คุณไม่ขอผมถ่ายรูปหรอ ตามปกติแล้วมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นนะ”
ประโยคนี้ทำเอาคนตัวเล็กแอบชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าไม่รู้นะ เพราะปกติตามนิสัยแฟนคลับทั่วไปก็คงจะเป็นแบบนั้น แต่เขาไม่ใช่คนพวกนั้นหนิ ตัวเขาเองไม่ชอบที่จะใกล้ชิดกับคนที่ไม่สนิทหรือเพิ่งจะรู้จักกันหรอก ใครๆก็รู้ เขาน่ะหวงเนื้อหวงตัวจะตาย ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นคนที่ชื่นชอบนักหนาก็ตามที ในเมื่ออีกฝ่ายพูดมาซะขนาดนี้แล้ว จะปฏิเสธไปก็คงจะดูน่าเกลียดสินะ
“อ่า....งั้นเป็นกล้องมือถือละกันครับ” สรุปว่าใครเป็นแฟนคลับใครกันแน่เนี่ย?
ว่าไว้แบบนั้นซึงรีก็ก้าวเดินเข้ามาหาอีกคน จียงเพียงแค่ขยับตัวนิดหน่อยเท่านั้น การถ่ายรูปด้วยตัวเองคงไม่แปลกอะไรที่ทั้งสองคนจะต้องใกล้ชิดกันเพราะระยะห่างในการถือกล้องมันสั้นเพียงแค่ช่วงแขนเท่านั้น และหน้าก็คงจะไม่ห่างกันเท่าไร แต่.....
....มันก็ไม่ต้องใกล้ถึงขนาดปากของอีกคนที่เกือบจะชิดแก้มขาวใสของเขาแบบนี้หนิ!!
ทันเท่าความคิด มือขาวออกแรงผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตัวมากที่สุด แต่แบบนี้แรงเขาไม่เยอะไปหน่อยเหรอ ถึงขนาดอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นแบบหงายหลังไม่เป็นท่า! แถมยังยังมีเลือดกลบอยู่ที่มุมปากอีกต่างหาก
แล้วมันใช่เสียที่ไหนล่ะ เพราะแรงที่ถูกส่งออกไปผลักคนฉวยโอกาสมันเป็นหมัดลุ้นๆของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ด้านหลังจียงต่างหากล่ะ แถมเสียงยังดัง ผลั่วะ!! ชัดแจ๋วอีกด้วย
“พี่ท็อป !!”เจ้าของชื่อหันมามองคนเรียกเพียงวูบเดียวก่อนจะหันไปมองคู่กรณีด้วยอารมณ์ด้านลบที่มันพุ่งประทุจนเกือบถึงขีดสุด
“เห็นว่าหายไปนาน เลยเดินมาดู”
“เฮ้ย! ทำไรวะ!”
“ผมสิต้องถามคุณ ทำอะไรแฟนผม!”
“ก็แค่จะถ่ายรูป คุณสิ อยู่ๆก็มาต่อยผม!”
“เหอะ! ผมมีลูกกะตานะครับ แบบนั้นมันเรียกว่าลวนลามแล้วล่ะ”
“แล้วมันยังไงล่ะ! คิดเหรอว่ามีมือแค่คนเดียวน่ะ!!”
ว่าแล้วก็พุ่งเข้าใส่คนที่ตัวสูงกว่าทันทีพร้อมกับหมัดเต็มแรงที่ส่งไปให้อีกฝ่าย แต่ใครว่ามันจะจบลงง่ายๆ แบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหน เลยเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่หน้าห้องน้ำจนอึกทึกครึกโครม แต่เพราะตรงนี้มันเป็นส่วนปลีกวิเวก เสียงดังขนาดนี้จึงไม่มีคนอื่นเดินผ่านมาเห็นเข้า มีแต่จียงที่ยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนมันบานปลายมาเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ชายตัวใหญ่สองคนกำลังต่อยกันต่อหน้าเขา
“หยุดได้แล้ว! บอกให้หยุด!”
เวลานี้ใครมันจะไปฟัง หมัดแลกหมัด พลาดบ้างโดนบ้างจียงก็ไม่สนหรอก ตะโกนจนคอจะแตกแล้วยังไม่มีใครคิดจะฟังเขา ชักจะไม่ไหวแล้วนะ!! อารมณ์โมโหพุ่งปี๊ดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำและออกมาพร้อมกับถังใส่น้ำแบบจัดเต็ม
“หยุด!!!”
น้ำที่เคยอยู่ในถังตอนนี้มันเปลี่ยนภาชนะใส่ไปเป็นบนตัวของผู้ชายสองคนที่กำลังเปิดศึกกันอยู่พร้อมกับเสี
ยงเล็กแหลมที่ตะโกนห้ามเป็นครั้งสุดท้าย ทุกอย่างหยุดนิ่งก่อนคนที่เพิ่งเอาน้ำสาดเข้าใส่จะเดินไปแยกให้ออกจากกันให้มากที่สุด
เสียงหอบหายใจแรงดังมาจากทั้งสองทาง อาการไม่ต่างกันเพราะต่างคนก็ต่างใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก จียงมองซ้ายและขวาก่อนจะเลือกเดินไปหาคนตัวสูงตาคมที่จ้องเขม็งไปทางอีกฝ่ายอย่างกินเลือดกินเนื้อ
“จียง.....”
.
.
ผลั่วะ!!
เหนือความคาดหมาย เพราะหมัดจากกำปั้นเล็กๆนั้นพุ่งเข้าใส่ข้างแก้มคนตัวสูงทันทีที่ยังพูดไม่จบ เรียกอาการตื่นตกใจจากหน่วยตาคมได้ไม่น้อย มือหนาถูกยกขึ้นมาจับรอยช้ำใหม่ที่เกิดจากมือขาวๆ มองกลับไปอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของจียง
“ทำอะไรไม่คิดเลยนะพี่ท็อป เขาเป็นดาราไปชกเขาแบบนั้นรู้ไม๊จะเกิดอะไรขึ้น และที่ทำไปเมื่อกี้เพื่อจะเตือนสติ และอีกอย่างโทษฐานทำให้หน้าตาคนที่ฉันชอบมีแผล”
อา....ฟังแล้วปวดใจ จียงหมดรักเขาแล้วหรือ ทำไมทำกับเขาแบบนี้.....ก้อนเนื้อด้านซ้ายทำไมมันกระตุกรุนแรงขนาดนี้นะ รู้ไม๊ว่ามันเจ็บ......
ทุกคำพูดทุกการกระทำตกอยู่ในเป้าสายตาของซึงรีตลอดและก็เรียกร้อยยิ้มสะใจออกมาได้แบบไม่ปกปิด ก่อนจียงจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย และก็ไม่ต่างกันเพราะหมัดลุ้นๆถูกส่งเข้ากระแทกหน้าอีกฝ่ายอย่างจังแบบไม่ออมแรงแต่อย่างใด แต่มันจะต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ซึงรีโดนเข้าไปถึงสองหมัดเต็มๆเลยน่ะสิ!!
.....ใครว่าตัวแค่นี้จะแรงน้อย ถ้าโมโหขึ้นมาทีเอาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่หรอก.....
“หมัดแรกสำหรับที่มาลุ่มล่ามกับฉัน ส่วนอีกหมัด.....
......โทษฐานต่อยคนที่ฉันรัก.....ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ทำให้เขาเจ็บไม่ได้ นอกจากฉันคนเดียว จำเอาไว้ด้วย!!!”
คนที่ถูกกล่าวถึงมัวแต่ยืนอึ้งกับการกระทำของคนรักเป็นรอบที่สอง แต่ครั้งนี้มันเรียกร้อยยิ้มเต็มแก้มที่มีแต่ร้อยฟกช้ำให้ออกมาแบบไม่คิดปกปิดเลยน่ะสิ หน้าอกด้านซ้ายทำไมมันเต้นเร็วขนาดนี้นะ
“นี่นาย!! กล้าดียังไงมาต่อยหน้าฉัน ห๊ะ! เรื่องถึงตำรวจแน่”
“ก็เอาสิ แล้วมาดูกันว่าใครจะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่า ก็ถ้านายจะหน้าหนาพอที่จะตอบคำโกหกให้นักข่าวล่ะก็นะ” คราวนี้เป็นเสียงห้าวเองที่พูดขึ้นมาพร้อมกับเดินมาโอบไหล่จียงเอาไว้ คนถูกตอกกลับนิ่งเงียบไปก่อนจะแสดงอาการฟึดฟัดโมโหที่ทำอะไรไม่ได้
“พวกฉันไม่เอาเรื่องก็บุญแค่ไหนแล้ว อย่ามาให้เห็นหน้าอีกล่ะ ไอ้ดาราโรคจิต!!” ขายาวทั้งสองคู่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากมุมอับคนตรงนี้แล้ว แต่อยู่ๆคนที่ตัวเล็กกว่าก็หยิบอะไรขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะหันหลังกลับไป
“อ่อ เกือบลืม” กระดาษที่ตั้งหน้าตั้งตาไปต่อแถวแต่เช้าถูกฉีกออกเป็นสองส่วนต่อหน้าเจ้าของคอนเสิร์ตก่อนจะโยนมันลงพื้นอย่างไม่ใยดี และเดินจากไปพร้อมกัน ทิ้งไว้แต่เสียงโวยวายจากต้นตอของเรื่องทั้งหมดให้อยู่ที่เดิม
.
.
“นี่ จียง”
“อะไรเล่า”
“ดีใจ........”
“............”
“ดีใจจริงๆนะ” รอยยิ้มยังไม่หายไปเหมือนมันจะมีมากขึ้นไปอีก
“.....อ....เออ....”
“ดีใจจัง”
“เออ! รู้แล้วไม่ต้องย้ำหรอกน่ะ รำคาญ!”
“โห ใจร้ายอ่ะ เมื่อกี้ก็เจ็บนะ ต่อยมาซะเต็มแรงเลย น้อยใจนะรู้ไม๊” ไม่ว่าเปล่า ส่งสายตาอ้อนกลับมาให้เรียกคะแนนสงสารกันสุดๆ อย่าคิดว่าหล่อแล้วทำแบบนี้จะดูไม่ดีนะ......
“ดี สมน้ำหน้า ใครอยากให้หมาบ้าเข้าสิงล่ะ”
“ก็มันลวนลามแฟนพี่อ่ะ! ไม่บ้าวิ่งไปกระทืบมันก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“จ้าๆ พ่อคนเก่ง” ลูบหัวให้ทีเป็นออพชั่นเสริม ความสูงไม่ใช่อุปสรรคก้มหัวลงให้จียงลูบได้ถนัดมืออีกต่างหาก
“รักจัง.....”
“เออรู้แล้ว”
“รักจริงๆนะ”
“รักจียงจัง....”
“....รัก....”
“.....รั....ก”
“.....พี่ท็...อ...”
“....รั.......ก”
“…..พี่..ท็อ...ป...”
.
.
“รัก.....”
“พี่ท็อป!!” เสียงตะโกนครั้งสุดท้ายเรียกอาการสะดุ้งจากอีกคนได้อย่างถนัดตา คนตัวยาวเด้งลุกขึ้นนั่งบนโซฟาทันที
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย นอนละเมองึมงัมๆอยู่ได้”
“นี่พี่อยู่ไหนเนี่ย”
“ก็คอนโดน่ะสิ ความจำเสื่อมหรือไง?” คนถูกปลุกกดขมับเข้าให้ที ก่อนจะขยี้ตาสองทีเป็นการเรียกให้ตัวเองตื่นเต็มตา
“แล้วซึงรีล่ะ”
“น้องก็อยู่ในห้องของมันสิ เป็นอะไรป่ะเนี่ย” มือขาวยื่นออกไปอังเข้ากับหน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อวัดระดับความร้อน มีไข้จนเบลอหรือเปล่า ถามอะไรแปลกๆตั้งแต่ตื่นมาแล้ว
“งั้นก็ฝันสินะ.....” ยังไม่เลิกงึมงัมกับตัวเอง
“หา?”
“เมื่อกี้พี่ฝัน จะว่าเป็นฝันที่น่าโมโหมากๆก็ไม่เชิง เพราะว่ามีจียงอยู่ในฝันพี่ด้วยล่ะ” เสียงหัวเราะขึ้นจมูกส่งกลับมาให้แทนคำตอบ ก่อนคนเป็นพี่จะเริ่มเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วมันก็เรียกเสียงหัวเราะจริงจังของคนฟังได้แบบไม่ปกปิดแต่อย่างใด หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาเล็ดกันเลยทีเดียวเถอะ
“โอ้ยยยยย ตลกอ่ะ ซึงรีโดนต่อยหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เปล่าได้สงสารน้องเลย ซ้ำเติมกันชัดๆ
“อันนั้นยังไม่น่าดีใจเท่าตอนสุดท้ายนะ” อ่า.....เสียงหัวเราะเงียบลงทันทีเลยสิ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปากของเจ้าของความฝัน ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้คนที่ทำไม่รู้เรื่องหันหน้าไปทางอื่นให้มากขึ้น
“นี่...จียง”
“อ...อะไร...”
“บอกพี่อีกทีสิ”
“......บอกอะไร”
“แบบที่พี่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ไง”
“ก็ได้ยินไปแล้วไม่ใช่หรือไง”
หันหน้าหนีเต็มพิกัด ก็อย่าเอาหน้าหล่อๆยื่นมาใกล้แบบนี้ได้ป่ะล่ะ! ยิ่งถอยหนีก็ยิ่งตามมาอยู่นั่นแหละ คนมันเขินนะเว่ยเฮ้ย!
“ไม่เอาในฝันสิ เอาจากปากจริงๆ จากจียงตัวเป็นๆเนี่ย....นะ....”
“.....รั.....ก....”
“อะไรนะ”
“....รัก....ก็รักไงเล่า หูตึงหรือไงกัน!” อ่า...ร้อนไปทั้งหน้าแล้ว มะเขือเทศสุกยังอายเลย
“ดีใจจัง”
ไม่ได้พูดเปล่า แถมให้หอมอีกฟอดใหญ่ๆเต็มแก้มเนียนของจียงเลยเหอะ! เอาเปรียบว่ะ ไอ้พี่ท็อป!!!.....
-////-
.
.
[The End]
.
.
.
“อื้อ....อย่า...ไม่เอา ผมกลัวแล้ว!!”
เสียงร้องห้ามดังลอดมาจากปากคนที่เอาแต่ยกมือปัดป้องกลางอากาศขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างให้ห้องสี่เหลี่ยมที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่เจ้าของห้องกลับเหงื่อแตกเต็มไปหมด
......ซึงรีกำลังดิ้นพล่านอยู่บนที่นอนของตัวเอง
“ไม่! อย่า! พี่ท็อปอย่าต่อยผม!!!!!” เสียงตะโกนครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่ลุกขึ้นนั่งทันที เสียงหอบหายใจแรงดังก้องอยู่ในห้องเงียบ
“โถ ฝันเหรอเนี่ย เจ็บอย่างกับโดนต่อยจริง เลือดไหลอีกต่างหาก!!” บ่นงึมงัมอยู่คนเดียวกับฝันร้ายที่ตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
“ไอพี่ท็อปบ้า ต่อยผมมาได้ เฮ้อ~”
ถอนหายใจแรงอีกครั้งก่อนจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่คนที่หลับไปจะรู้ไหมนะว่าที่บอกว่าโดนต่อยจนเลือดไหลน่ะ ได้ทันสังเกตบนหมอนของตัวเองหรือเปล่าว่ามันเปียกน้ำ(ลาย)จนมันกลายเป็นวงใหญ่เลยเชียวล่ะ......
.
.
.
The End [Again] :))
Talk :: ก่อนอื่น ขอสวัสดีแรงๆหนึ่งที *โค้งงามๆ*
แอบหายไปสักพักใหญ่ๆ แหะๆ เอาฟิคที่ดองไว้นานแสนนานมาลงค่ะ
ก็ฝาก Short Fic ไว้อีกเรื่องนะคะ :))
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาค่ะ :)
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาค่ะ :)
ปล.ไรเตอร์อีกคนหายตัวค่ะ [แอบฟ้อง ฮ่าาาาาา]